พระราชญาณดิลก (ทองย้อย วิสสุวัณโณ) สิริอายุ 95 พรรษา 77 เจ้าอาวาสวัดปลดสัตว์
มีนามเดิมว่า ทองย้อย เพ็ชร์วิจิตร เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2463 ปีระกา เกิดที่ ม.4 ต.บ้านแห อ.เมือง จ.อ่างทอง
ในวัยเยาว์ เรียนหนังสือจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนวัดปลดสัตว์ ได้เข้าพิธีบรรพชาเมื่อวันพุธที่ 1 มิถุนายน 2481 ณ วัดปลดสัตว์ อ.เมือง จ.อ่างทอง มีพระวินัยมุนี (แปลก วุฑฺฒิญาโณ) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์
พระเดชพระคุณท่านมีความรู้พิเศษ สามารถอ่าน-เขียนภาษาบาลี-ขอมได้ ซึ่งได้รับการเรียนการสอนมาจากพระราชธรรมโสภณ (สวัสดิ์) งานด้านนวกรรมและงานเลขานุการ
พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชญาณดิลก
ด้านการศึกษาพุทธาคม พระราชญาณดิลก หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า ท่านเจ้าคุณทอง ได้สืบสายวิทยาคมชั้นยอด ด้วยการศึกษาตำราเก่าจากคัมภีร์เก่าใบลานที่ตกทอดมาจากท่านขุนธรรมการ (อาจารย์เฒ่า) รวมทั้งได้เล่าเรียนวิชาจากเจ้าคุณสวัสดิ์ (พระราชธรรมโสภณ)
สำหรับเจ้าคุณสวัสดิ์ เป็นศิษย์สายตรงของหลวงพ่ออิ่ม วัดศีลขันธ์ ยอดพระเกจิดังเมืองอ่างทอง จึงกล่าวได้ว่า ท่านเจ้าคุณทองได้รับตกทอดวิชาสายหลวงพ่ออิ่ม
อย่างไรก็ตาม ท่านไม่เคยพูดคุยโอ้อวด แต่กลับเงียบเฉย วางตัวเรียบง่าย ยิ่งกาลเวลาผ่านไป เจ้าคุณทองได้สั่งสมประสบการณ์ รู้หนาวรู้ร้อน ผ่านกาลฝนมามาก มีประสบการณ์ทุกอย่าง ทำให้เกียรติคุณของท่านเป็นที่รู้จักศรัทธาเลื่อมใส วัดใกล้หรือไกลหากจัดพิธีพุทธาภิเษก-เทวาภิเษกวัตถุมงคลแล้วทำใบฎีกานิมนต์มา ท่านไม่เคยปฏิเสธ เชื่อมั่นได้เลยว่าวัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตแล้วมีอิทธิคุณสูงส่ง แคล้วคลาดคงกระพันชาตรี มีโชคลาภและมากด้วยประสบการณ์
พระราชญาณดิลก ถือว่าเป็นพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติงดงาม ด้วยหลักใหญ่ใจความของท่านอยู่ที่การศึกษา ทุ่มเทชีวิตจิตใจและรับผิดชอบมายาวนาน สิ่งดีๆ ที่มีในตัวท่าน ในฐานะผู้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม ศาสนา และประเทศชาติ เป็นอเนกนานัปการ
ควรค่าแก่การยกย่องประกาศเกียรติคุณสืบไป
"วัดปลดสัตว์" สังกัดคณะธรรมยุต ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ต.บ้านแห อ.เมือง จ.อ่างทอง เป็นวัดที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร ไปตามทาง หลวงหมายเลข 3501 กิโลเมตรที่ 3-4
เป็นวัดเก่าแก่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม โบราณสถานและปูชนียสถานอันทรงคุณค่า โดยเฉพาะเจดีย์ทรงกุฎาคารหรือเรียกอีกอย่างว่า ทรงอาคารเรือนยอด เป็นเจดีย์ทรงลังกา ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5
วัดแห่งนี้มีความสำคัญ ด้วยในอดีตเป็นวัดที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ปราชญ์พระพุทธศาสนาเมืองไทย ประทานชื่อ
นามว่า วัดปลดสัตว์ อันเป็นการปลดปล่อยชีวิตสัตว์ เป็นมหาบุญ เปรียบเสมือนว่าได้ชีวิตใหม่ ปลดทุกข์ ปลดโศก ปลดโรค ปลดภัย
ออกทุกปีนะจะบอกให้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น